การประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ กลุ่ม ๑๖ มหาวิทยาลัย


เมื่อวันพุธที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ น. มีการประชุมคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ กลุ่ม ๑๖ มหาวิทยาลัย ณ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี ได้มีการหารือถึงความร่วมมือในการพัฒนาวารสารวิชาการที่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ โดยมีเป้าหมายจะพัฒนาให้เข้าสู่ฐานข้อมูลสากลให้ได้ภายใน ๒ ปี นอกจากนั้นยังจะมีการพัฒนความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตรระดับปริญญาเอกร่วมระหว่างสถาบันรวมถึงการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับมหาวิทยาลัในต่างประเทศร่วมกัน และในการประชุมครั้งนี้ได้มีการเลือกประธานที่ประชุมคนใหม่แทน รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี  แย้มกสิกร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ซึ่งกำลังจะหมดวาระลง ในเดือนกันยายน ๒๕๕๓ นี้ ประธานคนใหม่ของที่ประชุม กลุ่ม ๑๖ คือ ศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย  กาญจนวาสี คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ศาสตราจารย์ ดร.ศิริชัย  กาญจนวาสี  คณบดีคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (คนนั่งกลาง)

รศ.ดร.มนตรี  แย้มกสิกร คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา และ
ผู้อำนวยการโครงการโทรทัศน์ครู (Thai Teacher TV)

อุปรากรจีน-ศิลปวัฒนธรรมที่ยังอยู่คู่สังคมไทย


เมื่อคืนวันศุกร์ที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ผมได้มีโอกาสผ่านไปที่โรงเจ กลางตลาดหนองมน กับลูกชาย ได้ใช้เวลานั่งดูอุปรากรจีน หรือที่เรียกว่า "งิ้ว" นับเป็นการแสดงที่มีศิลป น่าชม เพียงแต่ว่าไม่เข้าใจภาษาเท่านั้น แต่งิ้วยุคใหม่ ได้มีการนำเอาเทคโนโลยี แผงแสดงตัวอักษรวิ่ง มาประกอบหน้าเวที เวลางิ้วร้องแบบจีน เขาก็จะมีคำแปลเป็นภาษาไทยเล่าเรื่องให้ผู้ชมที่ไม่เข้าใจภาษาจีน ได้ชมงิ้วอย่างเข้าใจ การทำแบบนี้จะช่วยให้คนนิยมชมงิ้วจีนมากขึ้น ยิ่งไปชมเบื้องหลัง-หลังโรงงิ้ว ยิ่งสะท้อนความเป็นอยู่ของชาวอุปรากรจีนเป็นอย่างยิ่ง มีทั้งคนนั่งถอกเสื้อบ้าง ใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวบ้าง นั่งเล่นดนตรี ตีฉาบ ตีกลอง ตีขิม เป่าปี่ นักแสดงหญิงบางคนก็ต้องป้อนข้าวลูกไปด้วยในขณะที่ตนเองก็เขียนคิ้ว ทาปากแบบจีน บางคนก็ต้องเอาลูกเข้าสะเอว เดินไปรอบๆ เห็นแล้วทำให้คิดว่า หลังโรงคือชีวิตจริง หน้าฉาก คือ ฮ่องเต้ นางสนม พระเอก ตัวตลกสลับฉาก แต่พอมาหลังโรง ทุกอย่างพลิกกลับสู่ชีวิตจริง สะท้อนให้เห็นมุนษย์ทุกวันนี้ ทุกคนก็มีทั้งหน้าฉากและหลังฉากเฉกเช่นเดียวกัน

การบริหารยุทธศาสตร์ขององค์กร

การบริหารที่มีประสิทธิภาพ ควรจะต้องเป็นการบริหารที่มีการวางแผนการดำเนินงานให้ไปในทิศทางที่กำหนดขึ้นอย่างมีเป้าหมาย และรับประกันว่าจะสามารถนำพาองค์กรให้สามารถเดินหน้าไปสู่ "วิสัยทัศน์" ที่กำหนดไว้อย่างดีแล้วให้ได้ การบริหารงานของผู้บริหารจึงจำเป็นต้องมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ให้ได้มากที่สุด และสิ่งสำคัญอีกประการหนึ่ง คือ การมีระบบการติตดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง เป็นระบบ นี่คือสิ่งท้าทายผู้บริหารยุคใหม่เป็นอย่างยิ่ง

คุยกับคณบดี

ช่วงระยะเวลานี้ มีความเคลื่อนไหวหลายประการที่เป็นประเด็นที่ชาวศึกษาศาสตร์ ควรจะต้องรับทราบและเตรียมปรับตัวกับสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ประกอบด้วย
๑. นโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง จะเป็นโจทย์สำคัญที่คณะครุศาสตร์
ศึกษาศาสตร์ จะต้องพิจารณาและเข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการวิจัย การพัฒนากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสนองตอบต่อนโยบายดังกล่าว
๒. คณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ ได้มีแนวคิดและนโยบายที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะ
ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ คาดหมายว่าจะมีทุนพัฒนาคณาจารย์ ดังนั้น คณาจารย์จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้น แนวคิดการผลิตครู จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเล็กๆ น้อยๆ เพราะหลายฝ่ายคาดหวังกับการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้มาก จึงต้องการเริ่มต้นที่การพัฒนา “ครูของครู” ก่อนเป็นลำดับแรก
๓. ทิศทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต คือ การเกิด Cluster ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ร่วมกันสร้าง
และพัฒนาการศึกษา นอกจากนั้น ระบบการผลิตครู อาจจะมี “ครูประจำชั้น” “ครูสอนประจำรายวิชา” จะมีการสอบเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพครู จำแนกประเภท เช่น ครูปฐมวัย ครูประถามศึกษา ครูสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นต้น โดยคาดว่าคุรุสภาจะเริ่มจัดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพได้ ในปีการศึกษา ๒๕๕๗
๔. เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษา โดยศาสตราจารย์
ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ประธาน ได้มาตรวจประเมินคณะศึกษาศาสตร์แล้ว ผลการประเมินอยู่ในระดับ “ดีมาก” น่าภาคภูมิใจร่วมกัน
๕. ประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของคณะศึกษาศาสตร์ คือ ด้านการวิจัยของคณาจารย์ จึงจำเป็นที่คณะ
ศึกษาศาสตร์ จะต้องหามาตรการเร่งรัดให้มีการทำงานวิจัยกันมากขึ้นให้ได้ก่อนถึงวงรอบการประเมินปีหน้า
๖. การสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อให้ทุนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเป็นการเตรียมคน
เพื่ออนาคต โดยคาดหมายว่า ในอีกประมาณ ๕ ปีข้างหน้า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ เป็นสื่อจะทวีความจำเป็นและสำคัญมากขึ้น คณะศึกษาศาสตร์ จึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
๗. การประชุมวิชาการนานาชาติด้านการเรียนการสอน (EDUCA 2010) กำหนดจัดระหว่างวันที่
๑๓-๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ ไบเทคบางนา จึงขอเชิญชวนนิสิต คณาจารย์และบุคลากรของคณะศึกษาศาสตร์ นำเสนอผลงานวิชาการและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
๘. ปัญหาใหญ่ขณะนี้ คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมากของจำนวนนิสิต ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก ความ
สนใจของนักเรียน ม.๖ ที่สนใจเรียนศึกษาศาสตร์มาก และการรับเข้าได้พิจารณาจากข้อมูลเดิม พบว่า เมื่อรับเข้ามาแล้ว จะมีนักเรียนสละสิทธิ์จำนวนหนึ่ง แต่มาปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่า อัตราการสละสิทธิ์น้อยลง จึงทำให้ยอดรับมีจำนวนมาก แต่ทิศทางการรับนิสิตของคณะศึกษาศาสตร์ ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ จะลดปริมาณลง
๙. กิจกรรมร่วมกับ UNESCO คณะศึกษาศาสตร์ มีกิจกรรมการฝึกอบรม คณาจารย์จาก วิทยาลัย
ครูของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เกี่ยวกับเรื่องปฐมวัย กิจกรรมการส่งเสริมการใช้ ICT ในการเรียนการสอน ซึ่งจะเริ่มวันที่ ๑๗ สิงหาคม นี้


รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓