แนวคิดการออกแบบชุดการเรียนรู้เพื่อเตรียมความพร้อมด้านทฤษฎีเพื่อการปฏิบัติทักษะทางการพยาบาลพื้นฐาน


๑. สาระที่จะผลิตชุดการเรียนรู้แต่ละชุดจะต้องถูกเขียนขึ้นอย่างชัดเจนเป็นประเด็นๆ อย่างชัดเจนและลำดับตามขั้นตอนของเรื่องนั้นๆ ก่อนเป็นลำดับแรก – แนวคิดจะต้องนำเสนอให้เห็นภาพรวมของการเรียนรู้ (เขียนเหมือนกับเอกสาร มสธ.)

๒. ทักษะปฏิบัติที่จะสร้างขึ้นถือว่าเป็นทักษะใหญ่ แต่อาจจะประกอบด้วยทักษะย่อยๆ ได้ ตรงนี้จะต้องพิจารณาจากแนวคิดหลักตามข้อ ๑ อีกครั้ง

๓. สรุปรายการอุปกรณ์ที่จำเป็นทุกชิ้นที่จะต้องเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการปฏิบัติ

๔. จำแนกทักษะย่อยที่เป็นพื้นฐานของทักษะต่างๆ หากนักศึกษามีทักษะแล้วก็จะข้าม แต่หากไม่มีทักษะ จะต้องมีชุดทักษะย่อยนั้นให้นักศึกษาไปเรียนรู้ก่อน

๕.ชื่อขั้นตอนต่างๆ จะถูกเขียนเป็น Caption แล้ว Insert ในแต่ละขั้นตอน จะไม่ใช้การเขียนบนกระดานดำอีกต่อไป

๖. การถ่ายทำจะถ่ายทำยาวไปก่อน จากนั้นจะตัดต่อเอาส่วนที่ไม่จำเป็นทิ้งไป เพื่อลดทอนเวลาลง

๗. ต้องย้ำว่า – ชุดการเรียนรู้นี้ เป็นชุดการเตรียมความพร้อมเพื่อความเข้าใจในทักษะการปฏิบัติทางการพยาบาล เท่านั้น มิใช่ ชุดฝึกทักษะ การเรียนรู้ขั้นนี้ เป้าหมายเพียวจะแก้ปัญหาการเรียนรู้ทฤษฎี ว่า ขั้นตอนการปฏิบัติตามทฤษฎีที่ถูกต้อง แม่นยำนั้น จะมีขั้นตอนอย่างไร เพราะทราบมาว่า นักศึกษาต่อกลุ่มมีจำนวนมากถึง ๗๐ กว่าคนต่อกลุ่ม การเรียนรู้จากการสังเกตจากการสาธิตให้ชมของครูไม่ทั่วถึง ดังนั้น ชุดการเรียนรู้นี้ จึงจะสร้างความมั่นใจด้านทฤษฎีการปฏิบัติว่ามีขั้นตอนอะไรบ้าง จากนั้น นักศึกษาจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องไปฝึกปฏิบัติ โดยอาจจะปฏิบัติเป็นกลุ่ม ๆ ละ ๕-๗ คน โดยมีอาจารย์เฝ้าสังเกตและคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เพราะการฝึกปฏิบัติทางการแพทย์และพยาบาล ไม่มีทางอื่นที่จะเรียนรู้ได้ดีไปกว่าการเรียนจากคนกับคน เพราะเป็นเรื่องที่อันตรายมากกับความผิดพลาด คลาดเคลื่อนจากการปฏิบัติของแพทย์และพยาบาล

๘. ผลการเรียนรู้ (Learning Outcome) นักศึกษาจะต้องสามารถระบุขั้นตอนการปฏิบัติตามทักษะทางการพยาบาลได้อย่างมั่นใจ ถูกต้อง และทำงานเป็นทีมร่วมกับเพื่อนได้

๙. การสอนเชิง เจตคติ (Affective Domain) นั้น การเรียนรู้ไม่มีทางอื่น นอกจากเรียนรู้จาก “ตัวแบบ” คือ ครูจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างและการวางเงื่อนไขของอาจารย์เท่านั้น

รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร

๒๐ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๕๓

Marriot Hotel,Vancouver,Canada