คุยกับคณบดี

ช่วงระยะเวลานี้ มีความเคลื่อนไหวหลายประการที่เป็นประเด็นที่ชาวศึกษาศาสตร์ ควรจะต้องรับทราบและเตรียมปรับตัวกับสถานการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ ประกอบด้วย
๑. นโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง จะเป็นโจทย์สำคัญที่คณะครุศาสตร์
ศึกษาศาสตร์ จะต้องพิจารณาและเข้าไปมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นการวิจัย การพัฒนากิจกรรมใหม่ๆ เพื่อสนองตอบต่อนโยบายดังกล่าว
๒. คณะอนุกรรมการคุรุศึกษาแห่งชาติ ได้มีแนวคิดและนโยบายที่จะสร้างความเข้มแข็งให้กับคณะ
ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ทั่วประเทศ คาดหมายว่าจะมีทุนพัฒนาคณาจารย์ ดังนั้น คณาจารย์จะต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง นอกจากนั้น แนวคิดการผลิตครู จะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบเล็กๆ น้อยๆ เพราะหลายฝ่ายคาดหวังกับการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้มาก จึงต้องการเริ่มต้นที่การพัฒนา “ครูของครู” ก่อนเป็นลำดับแรก
๓. ทิศทางที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต คือ การเกิด Cluster ครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ร่วมกันสร้าง
และพัฒนาการศึกษา นอกจากนั้น ระบบการผลิตครู อาจจะมี “ครูประจำชั้น” “ครูสอนประจำรายวิชา” จะมีการสอบเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพครู จำแนกประเภท เช่น ครูปฐมวัย ครูประถามศึกษา ครูสอนระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เป็นต้น โดยคาดว่าคุรุสภาจะเริ่มจัดสอบเพื่อขอรับใบประกอบวิชาชีพได้ ในปีการศึกษา ๒๕๕๗
๔. เมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๕๓ คณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษา โดยศาสตราจารย์
ดร.เสริมศักดิ์ วิศาลาภรณ์ ประธาน ได้มาตรวจประเมินคณะศึกษาศาสตร์แล้ว ผลการประเมินอยู่ในระดับ “ดีมาก” น่าภาคภูมิใจร่วมกัน
๕. ประเด็นที่เป็นจุดอ่อนของคณะศึกษาศาสตร์ คือ ด้านการวิจัยของคณาจารย์ จึงจำเป็นที่คณะ
ศึกษาศาสตร์ จะต้องหามาตรการเร่งรัดให้มีการทำงานวิจัยกันมากขึ้นให้ได้ก่อนถึงวงรอบการประเมินปีหน้า
๖. การสอบคัดเลือกบุคคลภายนอกเพื่อให้ทุนไปศึกษาต่อในต่างประเทศ โดยเป็นการเตรียมคน
เพื่ออนาคต โดยคาดหมายว่า ในอีกประมาณ ๕ ปีข้างหน้า การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ภาษาอังกฤษ เป็นสื่อจะทวีความจำเป็นและสำคัญมากขึ้น คณะศึกษาศาสตร์ จึงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า
๗. การประชุมวิชาการนานาชาติด้านการเรียนการสอน (EDUCA 2010) กำหนดจัดระหว่างวันที่
๑๓-๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๓ ณ ไบเทคบางนา จึงขอเชิญชวนนิสิต คณาจารย์และบุคลากรของคณะศึกษาศาสตร์ นำเสนอผลงานวิชาการและสมัครเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย
๘. ปัญหาใหญ่ขณะนี้ คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมากของจำนวนนิสิต ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจาก ความ
สนใจของนักเรียน ม.๖ ที่สนใจเรียนศึกษาศาสตร์มาก และการรับเข้าได้พิจารณาจากข้อมูลเดิม พบว่า เมื่อรับเข้ามาแล้ว จะมีนักเรียนสละสิทธิ์จำนวนหนึ่ง แต่มาปี ๒๕๕๓ ปรากฏว่า อัตราการสละสิทธิ์น้อยลง จึงทำให้ยอดรับมีจำนวนมาก แต่ทิศทางการรับนิสิตของคณะศึกษาศาสตร์ ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ จะลดปริมาณลง
๙. กิจกรรมร่วมกับ UNESCO คณะศึกษาศาสตร์ มีกิจกรรมการฝึกอบรม คณาจารย์จาก วิทยาลัย
ครูของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เกี่ยวกับเรื่องปฐมวัย กิจกรรมการส่งเสริมการใช้ ICT ในการเรียนการสอน ซึ่งจะเริ่มวันที่ ๑๗ สิงหาคม นี้


รศ.ดร.มนตรี แย้มกสิกร
๒๓ กรกฎาคม ๒๕๕๓